ปลาสลิดบางบ่อ

ปลาสลิดบางบ่อ มีความเป็นเอกลักษณ์ตรงที่ขนาดปลามีความพอดีต่อการบริโภค เนื้อปลาที่หวานหอมที่เกิดจากกระบวนการหมักด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม ไม่มีกลิ่นคาวโคลนหลังนำไปทอดเพราะเป็นปลาที่เจริญเติบโตในน้ำกร่อย ที่มีพันธุ์หญ้าประจำถิ่นหลายชนิดช่วยปรับสภาพให้น้ำมีคุณภาพ พร้อมกับมีอาหารที่สมบูรณ์

ปลาสลิดบางบ่อ จึงยังครองใจผู้บริโภคชาวไทยมายาวนาน สร้างความหอมอร่อยของเนื้อและหนังปลาที่กรอบเมื่อผ่านการทอด รวมไปถึงรสชาติที่มีความพอดี ไม่เค็มหรือจืด จึงนับเป็นเมนูอาหารที่เหมาะกับทุกคน

แม้ในปัจจุบันพื้นที่และจำนวนการเลี้ยงปลาสลิดของบางบ่อจะลดน้อยลงอันมาจากความเจริญทางสังคมและอุตสาหกรรมที่เข้ามารุกคืบแทนที่ แต่ยังคงมีชาวบ้านบางบ่อและใกล้เคียงยึดอาชีพเลี้ยงปลาสลิดเพื่อแปรรูปตากแห้งขายอยู่ ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านบางส่วนได้อพยพไปแสวงหาพื้นที่แห่งใหม่ แหล่งน้ำใหม่ในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง แล้วนำภูมิปัญญาเดิมเหล่านั้นไปประกอบอาชีพเลี้ยงปลาสลิดต่อไป

ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรีศรุต หลบหลีกพาล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานเกษตรอำเภอบางบ่อ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตปลาสลิดบางบ่อมีขายกันมากในพื้นที่บางบ่อและบริเวณใกล้เคียง แต่ปัจจุบันมีจำนวนพื้นที่และผู้เลี้ยงปลาลดลงเพราะเกิดจากการขยายตัวของเมืองทั้งทางด้านอุตสาหกรรม บ้านพักอาศัย และสาธารณูปโภค ขณะเดียวกัน เมื่อชาวบ้านเห็นว่าการจับปลาสลิดขายทำได้เพียงปีละครั้ง จึงหันไปเลี้ยงกุ้งร่วมกับปลาอื่นๆ ที่สามารถจับขายได้เงินปีละ 3-4 ครั้ง

เหตุผลที่ ปลาสลิดบางบ่อ ของแท้ที่เลี้ยงในพื้นที่บางบ่ออย่างแท้จริงมีรสชาติอร่อย เพราะเลี้ยงในแหล่งน้ำที่เป็นดินตะกอนปากแม่น้ำและเป็นส่วนผสมของน้ำสองชนิดคือน้ำจืดและน้ำกร่อย จึงทำให้ปลาสลิดไม่มีกลิ่นคาว รวมถึงยังมีความหอมหวาน เมื่อนำไปทอดเนื้อปลาจะฟู นิ่ม ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ